บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก สิงหาคม, 2020

ชุดประจำชาติของประเทศลาว

รูปภาพ
  ชุดประจำชาติลาว   ผู้หญิงลาวนุ่งผ้าซิ่น และใส่เสื้อแขนยาวทรงกระบอก สำหรับผู้ชายมักแต่งกายแบบ  สากลหรือนุ่งโจงกระเบน  สวมเสื้อชั้นนอกกระดุมเจ็ดเม็ด   คล้ายเสื้อพระราชทานของไทย  ที่มา: https://sites.google.com/    

ชุดประจำชาติของประเทศบรูไน

รูปภาพ
  ชุดประจำชาติบรูไน    ชุดประจำชาติของบรูไนคล้ายกับชุดประจำชาติของผู้ชายประเทศมาเลเซีย   เรียกว่า บาจู มลายู    ส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่า บาจูกุรุง (Baju Kurung) แต่ผู้หญิงบรูไน  จะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใส   โดยมากมักจะเป็นเสื้อผ้าที่คลุมร่างกาย     ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ส่วนผู้ชายจะแต่งกาย  ด้วยเสื้อแขนยาว  ตัวเสื้อยาวถึงเข่า นุ่งกางเกง  ขายาวแล้วนุ่งโสร่ง เป็นการสะท้อนวัฒนธรรมสังคม   แบบอนุรักษ์นิยม  พราะบรูไนเป็นประเทศมุสสิม จึงต้องแต่งกายมิดชิดและสุภาพเรียบร้อย  ที่มา: https://sites.google.com/

ชุดประจำชาติของประเทศมาเลเซีย

รูปภาพ
  ชุดประจำชาติมาเลเซีย สำหรับชุดประจำชาติมาเลเซียของผู้ชาย เรียกว่า บาจู มลายู  (Baju Melayu) ประกอบด้วยเสื้อแขน  กางเกงขายาวที่ทำ จาก ผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือโพลีเอสเตอร์ที่มีส่วนผสมของผ้าฝ้าย    ส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่าบาจูกุรุง  (Baju Kurung) ประกอบด้วยเสื้อคลุม แขนยาว และกระโปรงยาว ที่มา: https://sites.google.com/  

ชุดประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์

รูปภาพ
  ชุดประจำชาติ            ผู้ชายจะนุ่งกางเกงขายาวและสวมเสื้อที่เรียกว่า   บารอง ตากาล็อก ( barong Tagalog)  ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าใยสัปปะรด มีบ่า คอตั้ง แขนยาว ที่ปลายแขนเสื้อที่ข้อมือจะปักลวดลาย ส่วนผู้หญิงนุ่งกระโปรงยาว ใส่เสื้อสีครีมแขนสั้นจับจีบยกตั้งขึ้นเหนือไหล่คล้ายปีกผีเสื้อ เรียกว่า   บาลินตาวัก ( balintawak) ที่มา: https://sites.google.com/

ชุดประจำชาติของประเทศเวียดนาม

รูปภาพ
  ชุดประจำชาติ            อ่าวหญ่าย ( Ao dai)  เป็นชุดประจำชาติของประเทศเวียดนามที่ประกอบไปด้วยชุดผ้าไหมที่พอดีตัวสวมทับกางเกงขายาวซึ่งเป็นชุดที่มักสวมใส่ในงานแต่งงานและพิธีการสำคัญของประเทศ มีลักษณะคล้ายชุดกี่เพ้าของจีน ในปัจจุบันเป็นชุดที่ได้รับความนิยมจากผู้หญิงเวียดนาม ส่วนผู้ชายเวียดนามจะสวมใส่ชุดอ่าวหญ่ายในพิธีแต่งงาน หรือพิธีศพ ที่มา: https://sites.google.com/

ชุดประจำชาติของประเทศสิงคโปร์

รูปภาพ
  ชุดประจำชาติ         สิงคโปร์ไม่มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง เนื่องจากประเทศสิงคโปร์แบ่งออกเป็น  4  เชื้อชาติหลัก ๆ ได้แก่ จีน มาเลย์ อินเดีย และชาวยุโรป ซึ่งแต่ละเชื้อชาติก็มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง เช่น ผู้หญิงมลายูในสิงคโปร์ จะใส่ชุดเกบาย่า ( Kebaya)  ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ หากเป็นชาวจีน ก็จะสวมเสื้อแขนยาว คอจีน เสื้อผ้าหน้าซ่อนกระดุม สวมกางเกงขายาว โดยเสื้อจะใช้ผ้าสีเรียบหรือผ้าแพรจีนก็ได้ ที่มา: https://sites.google.com/

ชุดประจำชาติของประเทศจีน

รูปภาพ
  ชุดประจำชาติของจีน กี่เพ้าหรือฉีเผา ตามสำเนียงจีนกลางนี้ มีต้นกำเนิดในสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ. 1644-1911) ซึ่งปกครองแบบ 8 แว่นแคว้นหรือปาฉี โดยผู้ปกครองชาวแมนจู คำว่า ‘ฉี’ ในปาฉีและคำว่า ‘เผา’ นั้นหมายถึงเสื้อผ้าชุดยาวตลอดลำตัว จึงเป็นที่มาของ ‘ฉีเผา’นั่นเอง โดยได้รับความนิยมสูงสุดในรัชสมัย ‘คังซี’ และ ‘หยงเจิ้ง’ (ค.ศ.1662-1736) ยุครุ่งเรืองแห่งราชวงศ์ชิง                ซึ่งต่างจากสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644) ยุคก่อนหน้านั้น ที่แฟชั่นของหญิงชาวฮั่นซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ของแผ่นดินจีน มักแยกเสื้อกับกระโปรงออกจากกัน อย่างไรก็ตาม ในยุคกลางราชวงศ์ชิง ชุดของสาวแมนจูกับสาวฮั่น ต่างก็เริ่มเลียนแบบซึ่งกันและกัน หลังปี ค.ศ.1840 วัฒนธรรมตะวันตกได้ค่อยๆ จู่โจมเข้าสู่แดนมังกรพร้อมกับยุคล่าอาณานิคม เมืองชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะเมืองสำคัญอย่าง ‘เซี่ยงไฮ้’  ซึ่งมีชาวตะวันตกเข้าอยู่อาศัยปะปนกับชาวจีน จึงได้รับอิทธิพลตะวันตกก่อนพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ไม่เว้นแม้แต่แฟชั่นการแต่งกายแบบฝรั่งที่ค่อยๆ แทรกซึม และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง รูปแบบของชุดกี่เพ้าที่เราเห็นกันใ...

ชุดประจำชาติของประเทศเกาหลี

รูปภาพ
                                                                                  ชุดประจำชาติของประเทศเกาหลี เครื่องแต่งกายของชาวเกาหลีใต้ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีชื่อเรียกว่า“ฮันบก” ซึ่งหากแยกคำ “ฮัน” จะหมายถึง ชาวฮั่นหรือชาวเกาหลี และ “บก” หมายถึง ชุด ความหมายรวมจึงเป็น “ชุดของชาวเกาหลี” นั่นเองความงามและความอ่อนช้อยของวัฒนธรรมเกาหลี มักถูกถ่ายทอดออกมาผ่านทาง ภาพถ่ายของสุภาพสตรีในเครื่องแต่งกายฮันบกนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ชุดฮันบกจะเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของประเทศเกาหลี เครื่องแต่งกายทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย จะมีลักษณะหลวมเพื่อความสะดวกสบาย ในการเคลื่อนไหว และเสื้อผ้าจะใช้ผ้าผูกแทนกระดุมหรือตะขอ โดยส่วนประกอบของชุดฮันบก มีดังนี้ ชุดผู้หญิง แพนที = กระโปรงชั้นใน ซ็อกชีมา = แถบผ้าขนาดใหญ่ ใช้มัดทรวงอกแทนเสื้อยกทรง ชีมา = กระโปรงชั้นนอก ยาวคลุมเท้า จอโกรี = เสื้อนอกแขนย...

ชุดประจำชาติของประเทศญี่ปุ่น

รูปภาพ
  ชุดประจำชาติของประเทศญี่ปุ่น กิโมโน (着物) เป็นเครื่องแต่งกายที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีนราวราชวงศ์ถัง ซึ่งถ้าจะนับไปแล้วมีมากกว่าพันปี เรียกได้ว่าเกิดพร้อมๆ กับการก่อตั้งประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ โดยเริ่มจากยุคนาระ (ค.ศ. 710 - 754) ที่รูปทรงของเสื้อผ้าจะคล้ายคลึงกับชุดในราชสำนักของชาวจีน จนต่อมาในสมัยเฮฮัน (ค.ศ. 974 - 1191) ซึ่งถือเป็นยุคที่กิโมโนรุ่งเรื่อง เริ่มมีการดัดแปลงให้มีกิโมโนหลากหลายแบบมากขึ้น และเริ่มมีเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย มีการแบ่งแยกชัดเจนในเรื่องของสีสันและรูปแบบตามสถานะทางสังคม จนต่อมาในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 - 1858) กิโมโนได้ถูกพัฒนาขึ้นอีกครั้ง เริ่มมีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น โดยเฉพาะผ้าคาดเอวที่เรียกว่า "โอบิ" นั้นมีการดัดแปลงและเพิ่มวิธีการผูกแบบใหม่ๆ ขึ้นอย่างมากมาย ทำให้การสวมใส่กิโมโนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย กลายเป็นชุดประจำชาติที่สง่างาม จนมาในช่วง 100 ปีให้หลังนี้ ที่วัฒนธรรมต่างชาติเข้าสู่ญี่ปุ่นมากขึ้น ชุดประจำชาติอย่างกิโมโนจึงถูกลดบทบาทลง กลายเป็นชุดที่ใช้ในงานเทศกาล พิธีการสำคัญๆ หรืองานแสดงแบบโบราณเท่านั้น ที่มา: https://sites.google.co...

ชุดประจําชาติไทย

รูปภาพ
                                                                                                                     ชุดประจําชาติไทย  สำหรับ สุภาพสตรีคือชุดไทยจักรี เป็นชุดไทยที่ประกอบด้วยสไบเฉียง ใช้ผ้ายกมีเชิงหรือยกทั้งตัว ซิ่นมีจีบยกข้างหน้า มีชายพกใช้เข็มขัดไทยคาด ส่วนท่อนบนเป็นสไบ จะเย็บให้ติดกับซิ่นเป็นท่อน เดียวกันหรือ จะมีผ้าสไบห่มต่างหากก็ได้ เปิดบ่าข้างหนึ่ง ชายสไบคลุมไหล่ ทิ้งชายด้านหลังยาว ตามที่เห็นสมควร ความสวยงามอยู่ที่เนื้อผ้าการเย็บและรูปทรงของผู้ที่สวม ใช้เครื่องประดับได้ งดงามสมโอกาสในเวลาค่าคืน สำหรับสุภาพบุรุษจะใส่เสื้อพระราชทาน ที่มา: http://www.mahasarakham.go.th/